กอช.–สจล.ปลูกฝังวินัยการเงิน ชวนเยาวชนเริ่มออมตั้งแต่วันนี้ สร้างอนาคตที่มั่นคง

กอช.–สจล.ปลูกฝังวินัยการเงิน ชวนเยาวชนเริ่มออมตั้งแต่วันนี้ สร้างอนาคตที่มั่นคง

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมีนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ และ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมลงนาม

.

ในงานได้รับเกียรติจาก นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวว่า “การออมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในอนาคต หากเรามีวินัยและเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อย เงินก้อนเล็กๆ จะสะสมกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สามารถเป็นหลักประกันชีวิตได้ในระยะยาว สำหรับนักเรียน นักศึกษา นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการปลูกฝังวินัยการออม เพราะนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ตัวเองแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานความรับผิดชอบและการวางแผนชีวิตอย่างมีระบบ ความร่วมมือนี้จึงสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เยาวชนตระหนักว่า การออมไม่ใช่ เรื่องของคนวัยทำงานหรือใกล้เกษียณเท่านั้น แต่ทุกคนควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ยิ่งออมเร็ว ยิ่งได้เปรียบ และทำให้สังคมไทยก้าวสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”

.

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาการออมเงินของคนไทยยังเป็นเรื่องสำคัญ คนจำนวนมากขาดหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณ กอช. จึงมุ่งส่งเสริมการออมระยะยาว เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสออมเงิน ขณะนี้เรามีการออมภาคปกติ คือ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา แรงงานนอกระบบ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปี สามารถสมัครเป็นสมาชิก กอช. และส่งเงินออมเริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกินปีละ 30,000 บาท โดยรัฐช่วยออมเพิ่มให้สูงสุด 100% (ตามช่วงอายุ) แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี และนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้สูงสุด 30,000 บาท

.

หากนักเรียน นักศึกษา เริ่มออมกับ กอช. ตั้งแต่อายุ 20 ปี เก็บออมเพียงวันละ 20 บาท ส่งออม เดือนละ 2,000 บาท เมื่ออายุครบ 60 ปี จะมีเงินออมรวมผลตอบแทนกว่า 1 ล้านบาท และได้บำนาญรายเดือนตลอดชีพ เดือนละไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท และเมื่อจบการศึกษา หรือเข้าทำงานในระบบ เป็นข้าราชการ หรือพนักงานบริษัทเอกชน ยังคงส่งเงินออมได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับดอกผลจากการลงทุน แต่จะไม่ได้รับเงินสมทบจากรัฐ เพราะได้สิทธิจากการทำงานในระบบ ทั้งนี้ ผู้สนใจออมเงินกับ กอช. สามารถสมัครและส่งเงินออม ผ่านแอปพลิเคชัน กอช. ,เป๋าตัง, ทางรัฐ, MyMo, กรุงไทยเน็กซ์, ทรูมันนี่, เคพลัส, ออมเพลิน หรือทางไลน์ @nsf.th และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนเงินออม 02 049 9000

.

นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เร็วๆ นี้ กอช. เตรียมจำหน่าย สลาก กอช. – หวยเกษียณ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออมให้คนไทยทุกคนและทุกกลุ่มอาชีพ อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ได้ออมเงินและลุ้นรางวัลควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด “ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม” จำหน่ายในรูปแบบสลากขูดดิจิทัล ราคาใบละ 50 บาท จำกัดการซื้อคนละ 3,000 บาทต่อเดือน (60 ใบ) แบ่งเป็น รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ล้านบาท (5 รางวัล) รางวัลที่ 2 จำนวน 1,000 บาท (10,000 รางวัล) เงินทุกบาทที่ซื้อสลาก จะกลายเป็นเงินออมทั้งหมด ไม่ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ถูกรางวัลก็ตาม แต่หากถูกรางวัลท่านก็จะได้รับเงินรางวัลทันทีผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ที่สำคัญเรายังให้สิทธิแก่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซื้อสลากได้ แต่ต้องเก็บออมไว้ 5 ปี หากเสียชีวิต เงินออมทั้งหมด จะตกสู่ทายาทตามกฎหมายหรือบุคคลที่ผู้ซื้อระบุไว้ ผู้ซื้อสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชัน “กอช.” และเครือข่ายพันธมิตรในอนาคต

.

“ความร่วมมือในวันนี้ เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ด้านการออมในกลุ่มเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้เยาวชนทุกคนเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงให้กับตัวเอง และเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างสังคมไทยที่มีวินัยการออม”นางสาวจารุลักษณ์ กล่าว

.

ด้าน รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการวางแผนเพื่อการเกษียณให้แก่นักศึกษาและบุคลากรของสถาบัน เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกกองทุนได้ พร้อมทั้งสนับสนุนการออมเพื่อการดำรงชีพในวัยเกษียณ ตลอดจนร่วมส่งเสริมโครงการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้จะช่วยเพิ่มพูนโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างการเข้าถึงระบบการออมของนักศึกษาและประชาชนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงสังคมโดยรวมในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ สจล. ที่มุ่งสู่การเป็น “The World Master of Innovation” โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระบบการทำงาน คุณภาพชีวิต การต่อยอดเครือข่ายและการส่งเสริมนวัตกรรม ภายใต้ค่านิยม FIGHT อันเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนสถาบันต่อไป

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *