เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ ๑ เดินทางมาที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๒ เพื่อเข้าประชุมติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา โดยภายหลังการประชุมกว่า ๑ ชั่วโมง ก็ได้ลงมาตรวจกำลังพลและนำสิ่งของสาธารณูปโภค มามอบให้กำลังพล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ


ภายหลังการกล่าวโอวาท แม่ทัพภาคที่ ๑ เปิดเผยว่า วันนี้ให้กำลังใจและดูความพร้อมในเรื่องของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากมีสิ่งใดที่ต้องการเพิ่มเติมก็จะสามารถขอได้กับทางกองทัพบก และกระทรวงกลาโหม ซึ่งพื้นที่ของเรามีความซับซ้อนหลายมิติอาจจะต่างจากพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตามเราพยายามทำตรงนี้เพื่อรักษาอธิปไตย และปฏิบัติตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้
ในส่วนการปฏิบัติงานของกองทัพภาคที่ ๑ ที่ผ่านมาทำในด้านของการวางแผนอำนวยการ ที่ใช้ในสถานการณ์ รวมถึงประสานงานคู่ขนานในหลายมิติ ซึ่งการวางแผนต่าง ๆ ก็ยึดถือตามกรอบที่เคยประชุม RBC ที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การบันทึกข้อตกลง
โดยการประชุม RBC ในครั้งแรกได้มีการเสนอ ๔ เรื่อง
๑. เก็บกู้ทุ่นระเบิด
๒. ปราบสแกรมเมอร์
๓. การจัดตั้งชุดประสานงานโดยใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของไทยและกัมพูชา กับพื้นที่ระดับอำเภอ และระดับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ต่าง ๆ
๔. เรื่องของการแก้ปัญหา MOU43
และที่สำคัญที่ได้เสนอไปแล้วเขายอมรับ และนำไปสู่การประชุมวาระ GBC คือการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง ซึ่งจะเป็นโมเดลที่นำไปสู่พื้นที่อื่น ๆ


ส่วนเรื่องการควบคุมสถานการณ์ก็มีการมอบให้กับกองกำลังบูรพา เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งระดมทุกภาคส่วน หากมีการยกระดับพัฒนาสถานการณ์เพิ่มขึ้น แต่การปฎิบัติก็ยึดถือมาตรฐานสากลจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ทางกัมพูชาได้ทำการยั่วยุ แต่ก็เคยระบุไปในข้อตกลง RBC ครั้งแรกแล้วว่า ห้ามยั่วยุ โดยการใช้มวลชนที่ประกอบไปด้วย เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์
เราจึงได้ทำการประท้วงควบคู่ไป เพื่อชี้ให้เห็นว่าเขาทำในลักษณะเช่นนี้ เราต้องปฏิบัติให้สอดคล้องเพื่อไม่ให้ทางกัมพูชานำไปเบี่ยงเบนในเวทีโลกนานาชาติ ซึ่งตอนนี้ทุกชาติทั่วโลกก็เห็นแล้วว่ากัมพูชาใช้วิธีการอย่างไร
อย่างไรก็ตามตนได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดและมีแนวทางสั่งการให้แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงการประสาน พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการขอกำลังพลตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) และยุทโธปกรณ์พิเศษเช่น รถจีโน่ และมีการประชุมกับทุกส่วนเพื่อวางแผนให้สอดคล้องในทุกด้าน
อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจว่า กองทัพภาคที่ ๑ มีการเตรียมการวางแผนโดยรอบคอบในทุกมิติ และทุกด้าน ทุกส่วนมีการประสานสอดคล้องกัน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ

